ถึงเหนื่อยแต่ใช่ว่าแพ้…ความท้อก็แค่…บททดสอบของชีวิต

PIN

– อย่าคิดว่าตัวเราโชคร้าย อย่าคิดว่าชีวิตเราแย่ที่สุด เพราะคนอื่น ๆ เขาก็มีปัญหาของเขาที่ต้องต่อสู้เหมือนกัน ทุกคนก็เหนื่อยกันหมด ไม่ใช่แค่เราคนเดียว

– ชีวิตนี้ คุณแพ้ไม่ได้ และถ้าในโลกนี้ไม่มีเส้นทางสำหรับคนแพ้ คุณจะเลือกเส้นทางใดให้กับชีวิตของตัวเอง

– …การเป็นคนจริงจังกับชีวิต มันก็มีข้อดี ตรงที่ทำให้เรามีโอกาสพบความสำเร็จสูง แต่ในขณะเดียวกัน คนประเภทนี้มักมีจุดอ่อนตรงที่ความอ่อนไหว คือเมื่อทำก็ทำจริง ๆ ทำสุดความสามารถ บางครั้งถึงกับทำเกินความสามารถ แต่เมื่อต้องพบว่าผลลัทธ์มันไม่ได้ออกมาดีอย่างที่คาดหวัง จิตใจก็จะรู้สึกท้อและผิดหวังมากมายใหญ่โตกว่าคนอื่น

– แท้จริงแล้วความท้อนั้น ก็เป็นเพียงแค่ภาวะทางความรู้สึกอย่างหนึ่ง ที่มันเกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล แต่สามารถกำจัดออกไปได้ด้วยเหตุผล

– เมื่อใดที่ท้อ ฉันก็จะปล่อยให้ตัวเองได้อยู่ความท้อไปจนเพียงพอ ให้ร่างกายและจิตใจได้หยุดพัก ได้เยียวยารักษาตัวมันเอง เพราะฉันรู้และเชื่อมั่นว่า…หลังจากที่ภาวะร้าย ๆ ทางความรู้สึกนั้นสงบลง ตัวฉันเองที่มีสัญชาตญาณของนักสู้ จะลุกขึ้นมาทำหน้าที่อีกครั้งอย่างแข็งแรง

– ให้ความท้อเป็นเพียงช่วงพักเบรกของชีวิตเท่านั้นก็พอ แต่อย่าปล่อยให้มันมีอิทธิพลบงการจิตใจคุณให้หยุดทุกอย่าง

– ถ้าใจมันอยากท้อ ก็ปล่อยให้มันท้อให้เต็มที่ แต่อย่าลืมวางแผนไว้ด้วยว่า…วันไหนที่คุณจะลุกขึ้นมาทำหน้าที่ของคุณอีกครั้ง

– สังคมมนุษย์คือสังคมที่มีความสับสนซับซ้อนมากที่สุด และที่ใดก็ตามที่มีคำว่า “สังคม” ก็ย่อมจะต้องมีการเอารัดเอาเปรียบ แย่งชิงทำร้ายกันร่ำไป คนจริงใจนั้นหาพบยากกว่าคนไม่จริงใจ จึงไม่แปลกอะไรที่เราจะต้องพบกับความผิดหวังมากกว่าสมหวัง และหากเราเพียงทำความเข้าใจในสัจธรรมชีวิตข้อนี้ได้ เราก็จะปล่อยวางจากความเจ็บปวดและผิดหวังได้ง่ายขึ้น

– คิดแล้วก็น่าแปลก…ที่แม้แต่สัตว์มันยังรู้สึกวิธีป้องกันตัวเองจากความเจ็บ และรู้ว่าอะไร คือสิ่งที่ถูกต้องและดีที่สุดควรทำเพื่อตัวเอง แต่บางครั้ง…คนเรากลับไม่รู้

– จงยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นและรีบทำใจลืมมันซะ เพราะหากเธอยังคิดฟุ้งซ่านและหมกมุ่นกับความเจ็บแค้นเสียใจอยู่อย่างนี้ คนที่ทำร้ายเธอจะไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว แตมันจะเป็นตัวของเธอเอง

– ไม่มีใครในโลกที่จะยิ่งใหญ่ได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เริ่ม ทุกคนล้วนต้องผ่านการล้มลุกคลุกคลาน มีบาดแผล มีบทเรียน มีอดีตที่เจ็บช้ำมาทั้งนั้น ถึงจะกลายเป็นคนที่ฉลาด เข้มแข็งและแกร่งอย่างวันนี้ได้

– ความล้มเหลวไม่ใช่สิ่งที่จะมาตัดสินชีวิตเราได้ และมันไม่ใช่คำตอบ แต่เป็นเพียงคำบอกใบ้ ให้เราได้เข้าใจถึงเทคนิคและกลวิธีของการใช้ชีวิตมากขึ้น การที่เราจะใช้ชีวิตได้อย่างเข้มแข็งหรืออ่อนแอนั้น มันขึ้นอยู่ที่มุมมองความคิดอย่างเดียวล้วน ๆ และการที่เราจะเป็นคนล้มเหลวหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่ที่เราจะมอง จะคิดและตัดสินตัวเราเอง

– ไม่มีใครรู้ได้ว่ในอนาคตจะมีอะไรเกิดขึ้น แต่สิ่งเดียวที่แน่ใจได้ คือถ้าเราอยากจะมีอนาคตที่สวยงาม เราจะต้องทำวันนี้ของเราให้ดีที่สุด ถ้าเราอยากจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในวันข้างหน้า เราจะต้องแกร่ง เข้มแข็ง อดทน และเดินหน้าต่อสู้อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนว่าจะต้องพบเจอกับอะไร

– วันนี้คุณอาจทำในสิ่งที่คุณวาดฝันไว้ได้ไม่สำเร็จ แต่ลองหันกลับมามองที่ตัวเองสิว่า…ความล้มเหลวที่ผ่านมามันให้อะไรคุณมาบ้าง ฉันเชื่อว่าคุณคงได้มาเยอะ เหมือนกับที่ฉันเองก็ได้มาเยอะ

– ความช่วยเหลือจากคนอื่น…เปรียบเสมือนกับกล่องของขวัญที่สวรรค์ได้ส่งมาให้ ในยามที่ได้รับมัน เราอาจดีใจและมีความสุขเหลือเกิน แต่หลังจากที่เราได้เปิดกล่องออกมาแล้ว กล่องใบนั้นมันจะหมดค่า…แต่การที่เราได้ต่อสู้ช่วยเหลือตัวเราเอง…เปรียบเสมือนกับของขวัญที่เราซื้อให้ตัวเอง แม้มันไม่ได้ถูกห่ออยู่ในกล่องที่สวยงาม แตามันจะเป็นของที่มีค่าและทำให้เราภูมิใจเสมอเมื่อได้เห็น

– ทุกครั้งที่ยกสองมือขึ้นมา ฉันรู้เสมอว่าฉ้นจะทำอะไรเพื่อตัวเองก็ได้ แค่สองมือนี้มันก็เพียงพอแล้วสำหรับชีวิตหนึ่งชีวิต

– ทุกปัญหา ต้องแก้ที่ใจ ถ้าใจยังไม่ดี ชีวิตจะดีไม่ได้

– อย่าลืมว่า…ถ้าเหนื่อยที่กาย ต้องให้กายพัก แต่ถ้าเหนื่อยที่ใจ ต้องใช้ใจแก้

– ทุกนาทีที่นั่งคร่ำครวญคิดถึงเขา คุณจะเสียเวลาไปฟรี ๆ ทุก ๆ ครั้งที่ย้อนนึกถึงเรื่องราวในอดีต คุณจะเจ็บฟรี ๆ และสุดท้ายคุณจะได้พบว่า…ความเศร้าโศรกเสียใจไม่เคยช่วยอะไรได้ หนำซ้ำยังทำให้คุณเดินถอยหลังไปสู่จุดที่มืดมนลงเรื่อย ๆ บางที…วันเวลาของการเป็นผู้ให้ของคุณคงจบลงแล้ว ฟ้าคงกำหนดมาให้ต่อจากนี้เป็นเวลาที่คุณต้องรักและดูแลตัวเอง เมื่อไม่มีเขาให้คุณต้องคอยแคร์และห่วงใย คุณอาจได้คิดถึงตัวเองและทำเพื่อตัวเองมากขึ้น วันนี้คุณอาจรู้สึกว่มันเจ็บ ที่ต้องสูญเสียคนที่รักไป แต่วันหนึ่งคุณจะต้องขอบคุณฟ้า ที่ทำให้ความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ได้เกิดขึ้น และทำให้ชีวิตของคุณได้พบกับสิ่งที่ดีกว่าอีกมากมายหลายสิ่ง

– ‘ตัวฉันเองหรือเปล่า ที่เป็นสาเหตุของความสุขและความล้ม เหลวของทุก ๆ เรื่อง’

– ที่จริงแล้วฉันไม่ได้เพียงมีปัญหากับสิ่งอื่น ๆ รอบตัว แต่ฉันคือคนที่มีปัญหากับความคิดและอารมณ์ของตัวเองด้วย

– เป็นไปไม่ได้หรอก ที่เรจะมีความสุขได้ตลอดเวลากับเรื่องทุกเรื่อง แต่การยืนอยู่ตรงจุดกึ่งกลางระหว่างความสุขกับความทุกข์ แล้วใช้ชีวิตอย่างคนที่มีความสุขน่ะเป็นไปได้

– นาทีที่เรารู้สึกตัวว่าเรากำลังเดินทางผิด นั่นคือนาทีที่ชีวิตเรากำลังจะได้เริ่มต้นใหม่ เพียงแค่รู้ตัว…เราก็ปลอดภัยแล้ว เพียงแค่รู้ว่าอะไรถูกผิด…ก็เท่ากับเราเปลี่ยนแปลงเส้นทางแล้ว

– อย่าเสียใจที่คุณได้กลายเป็นคนไม่ดีในความทรงจำของเขา เพราะในวันหน้า…คุณอาจจะกลายเป็นคนที่ดีที่สุดในความรู้สึกของคนอื่น คนอื่นอีกหลาย ๆ คนที่ไม่เคยล่วงรู้ความเป็นมาของคุณ และคนอื่นอีกหลาย ๆ คนที่แม้จะล่วงรู้อดีตของคุณ แต่เขาก็ยอมรับในตัวคุณได้

– ยกโทษให้ตัวเองสำหรับความผิดพลาดที่ผ่านมา แล้วลบลืมทุกความทรงจำที่เลวร้ายให้หมดสิ้น สัญญากับตัวเองสิว่า…นับแต่พรุ่งนี้คุณจะเป็นคนใหม่ ที่ไม่วันเดินหลงทางอีกแล้ว

– หยุดถามตัวเอง ว่าความทุกข์จะจากไปวันไหน แต่จงเฝ้าตั้งตารอ ว่าความสุขจะมาถึงเมื่อไหร่- อย่าเสียใจเลย…ที่ผลงานจากความพยายามของเรา มันไม่ได้ออกมาดีอย่างที่ใจหวัง คนที่ไม่เคยได้พยายามเลยต่างหากคือคนที่น่าเสียใจมากกว่า อย่างน้อยเราก็รู้ ว่าที่ผ่านมาเราได้ทำดีที่สุดแล้ว ดีกว่าคนบางคนที่กำลังยืนยิ้มกับความสำเร็จ แต่ตัวเองก็ยังไม่รู้เลยว่า…ความสำเร็จที่ได้มานั้นมายังไง

– ทุก ๆ อย่างที่เกิดขึ้นมันต้องมีเหตุผลในตัวของมันเอง บางทีเราอาจไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลให้ไดไปหมดทุกเรื่อง แค่ยอมรับความจริงแล้วลืมมันไปซะ อาจจะง่ายกว่า

– อย่าเอาเรื่องราวในปัจจุบันไปตัดสินอนาคต อย่าเอาเรื่องเพียงเรื่องเดียวไปตัดสินชีวิตที่เหลือทั้งชีวิต อย่าคิดว่าขนาดเราทำดีที่สุดแล้วเรายังล้มเหลว ต่อไปคงไม่มีหวังที่เราจะประสบความสำเร็จได้- วันนี้ไม่ใช่วันของเรา แต่วันหนึ่งมันต้องเป็นวันของเราจนได้ ถ้าเรายังไม่หยุดวิ่งตามไล่ล่ามัน ความสำเร็จมันก็ไม่มีทางที่จะหนีเราไปไหนพ้น

– เพราะการที่ชีวิตไม่มีอะไรเหลือ นั่นยังไม่น่ากลัวเท่ากับการที่กำลังใจไม่มีเหลือ

– การมีทุกอย่างเพียบพร้อม ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้ความเป็นคนของคุณนั้นสมบูรณ์ แต่การที่คุณยังมีลมหายใจ มีความหวัง ความฝันและมีจิตสำนึก ไม่ว่าโชคชะตาจะนำพาคุณไปยืนอยู่ตรงจุดที่ตกต่ำ หรือย่ำแย่สักแค่ไหน แต่คุณก็ยังคงมีกำลังใจและเข้มแข็งหนักแน่นพอที่จะต่อสู้ นั่นต่างหาก คือคุณค่าที่แท้จริงของความเป็นคน

– อย่าลืมว่า…ความไม่เหลืออะไรคือ…เรื่องธรรมดาของชีวิต แต่การยินยอมที่จะอย่างคนไม่เหลืออะไรต่างหากคือ…เรื่องแปลก

– …บางครั้งการใช้ชีวิตก็ต้องการความแน่วแน่และหนักแน่น เราไม่สามารถที่จะทำแต่ในสิ่งที่เราอยากทำ แต่บางครั้งเราต้องคำนึงถึงว่า…อะไร คือสิ่งที่ต้องทำ และอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด ดีที่สุด

– ความอ่อนไหวของใจเรา คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่สิ่งที่แก้ไขได้…คือการที่เราต้องรู้จักใช้จิตสำนึกในการดำรงชีวิตให้มากขึ้น

– ความรู้สึก…มีแต่จะสั่งให้เราทำนั่นทำนี่อย่างเดียว แต่ไม่เคยเลยที่มันจะมาร่วมรับรู้ถึงผลที่ตามมากับเราด้วย เพราะฉะนั้น…คงไม่จำเป็นที่เราต้องไปเชื่อฟังมันก็ได้ คุณว่าจริงไหม- …ถ้าไม่เคยล้ม เราจะไม่มีวันได้รู้จักคำว่า “บาดแผล” และไม่มีวันที่จะรู้วิธีเยียวยารักษาแผล…ถ้าไม่เคยเจ็บ เราจะไม่มีวันรู้รสชาติของความเจ็บ และไม่มีวันรู้วิธีที่จะปกป้องตัวเอง

– …ถ้าเราอยากได้ประสบการณ์ เราก็ต้องยอมเหนื่อย ยอมเจ็บ ถ้าเราอยากจะใช้ชีวิตได้อย่างคนฉลาด เราก็ต้องยอมผ่านการเป็นคนโง่มาก่อน- เรื่องราวของความสุขความสมหวัง…อาจทำให้คุณยิ้มได้ แต่เรื่องราวของทุกข์ การต่อสู้และน้ำตา จะทำให้คุณภาคภูมิใจมากกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า

– …ความผิดหวังจะถูกทำลายลงด้วยวันเวลาที่หมุนผ่านไป…- ถ้าเราทำใจให้ใหญ่ ๆ ไว้ อะไร ๆ ก็จะเป็นเรื่องเล็กไปหมดสำหรับชีวิตเรา ถ้าใจเราไม่กลัวอะไร บางทีสิ่งเลวร้ายมันอาจจะกลัวเราเสียเอง

– คุณค่าของชีวิต ไม่ได้วัดกันตรงที่เราทำถูกกี่อย่าง หรือผิดกี่อย่าง แต่มันขึ้นอยู่ตรงที่เราได้ใช้ชีวิตอย่างเป็นตัวของตัวเอง ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ชอบและได้ทำให้ตัวเองมีความสุขไหม… ฟ้าไม่ได้ให้เราเกิดมาบนเงื่อนไขที่ว่า เราจะต้องเป็นคนดีพร้อมที่สุด แต่สิ่งที่ฟ้าอยากเห็นก็คือ…การที่สิ่งมีชีวิตอย่งเราจะสามารถดำรงชีวิตอย่างมีความสุข และรู้จักวิธีเอาตัวรอดในรูปแบบของตัวเองได้

– “จำเป็นไหม ที่เราต้องเป็นคนที่ดีพร้อมขนาดนั้น ในเมื่อเราเป็นไม่ได้และการพยายามที่จะเป็น มันก็ทำให้เราทุกข์ ทำไมเราจึงไม่ปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามหนทางของมัน”

– ถ้าหากเราทำดีทุกอย่าง แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ทำตามความต้องการของตัวเราเอง ชีวิตนี้เกิดมา ก็คงไม่มีค่าอะไร- ลองหนีไปพักดูเสียหน่อยดีไหม หนีไปทั้ง ๆ ที่มีคนมากมายคัดค้าน หนีไปทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันอาจไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง บางที…การได้ทำตามความรู้สึกของหัวใจตัวเองบ้างสักครั้ง อาจจะทำให้คุณได้พบกับวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดก็ได้

– บางทีการวิ่งวุ่นปรึกษาคนอื่น อาจไม่ดีเท่ากับการคิดอะไรคนเดียว และบางทีการคิดอะไรคนเดียว ก็อาจไม่ดีเท่ากับการอยู่คนเดียว ลองพาตัวเองไปพบกับความเงียบสงบดูบ้าง เผื่อว่าคำตอบของชีวิตที่คุณหามานาน…อาจจะซ่อนอยู่ที่นั่น

– ฉันคิดเสมอว่า..การที่ฉันแคร์ความรู้สึกของคนอื่นนั้นเป็นสิ่งดี แต่ในที่สุดฉันก็พบว่า…ยิ่งฉันแคร์คนอื่นมากเท่าไหร่ อิสระเสรีและความสุขใจของฉันก็ยิ่งขาดหายไปมากเท่านั้น

– ทุกคนย่อมต้องมีเป้าหมายของตัวเอง เป้าหมายที่เราคิดว่ามันใช่สำหรับเรา ทุกคนย่อมต้องมีวิธีของตัวเองในการใช้ชีวิต วิธีที่เราคิดว่าเราถนัดและมันดีกับตัวเรามากที่สุด แต่เมื่อใดก็ตามเป้าหมายและวิธีของเรา กลายเป็นสิ่งที่ถูกบงการโดยคนอื่น เมื่อนั้นเราก็จะเริ่มเดินพลัดหลงออกนอกเส้นทางโดยไม่รู้ตัว

– เพียงแต่ปลดปล่อยตัวเองจากความคาดหวังของคนอื่น แล้วคุณจะได้รู้ว่า…ความสุขและความอิสระ…คืออะไร

– ใครหลายคนในโลกนี้สามารถที่จะมายืนเคียงข้างคุณได้ แต่จะมีเพียงคู่แท้ของคุณคนเดียวเท่านั้น ที่จะสามารถร่วมสุขร่วมทุกข์กับคุณไปทั้งชีวิต

– ไม่จำเป็นหรอกที่คุณต้องออกไปตามเสาะหาใคร แค่รอคอยอยู่นิ่ง ๆ แล้วเมื่อวันของคุณมาถึง คุณจะเจอเขา (คู่แท้) เอง- จงใช้บทเรียนทั้งหมดที่เคยได้รับมา เป็นเครื่องสอนเตือนตัวเองให้รู้จักระแวดระวังมากขึ้น ถึงแม้เราจะพาชีวิตให้หนีพ้นจากความไม่แน่นอนไปไม่ได้ แต่เราก็สามารถที่จะเตรียมตัวเตรียมใจพร้อม เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นกับชึวิตได้

– …อาจไม่ต้องถึงกับมองโลกในแง่ร้าย ว่าชีวิตจะต้องมีแต่ทุกข์ มีแต่ปัญหา แต่ขอให้คุณมองเป็นกลาง ๆ ไว้ว่า สุขเกิดขึ้นได้ ทุกข์ก็เกิดขึ้นได้

– …[highlight]คุณต้องไม่ลืมว่า…ชีวิตนี้มีคุณค่าตรงที่ลมหายใจของเราเท่านั้น ไม่ว่าจะต้องสูญเสียอะไรไป แต่ตราบใดที่ลมหายใจยังอยู่ ตราบนั้นชีวิตเราก็ยังมีค่าและมีความหมายเสมอ- ถึงแม้ว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงใดขึ้นกับชีวิตคุณก็ตาม จงยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นให้ได้ นั่นคือวิธีเดียวที่จะทำให้คุณทุกข์น้อยที่สุด[/highlight]

ขอขอบคุณ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=athena-th&month=07-2008&date=31&group=19&gblog=18